ความเสมอภาคทางเน็ต (Net neutrality) คืออะไร? คู่มือที่ดีที่สุด (อัพเดตปี 2019)

Published by บริททานี ฮอล on เมษายน 18, 2019

คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) ของสหรัฐฯได้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อยกเลิกกฎเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ตหรือ

net neutrality ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงกันในวงกว้าง  ชาวอเมริกันประมาณหนึ่งในสามไม่แน่ใจว่าความเป็นกลางทางเน็ตคืออะไร ดังนั้นเราจึงได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณควรทราบและแสดงให้คุณเห็นว่ามันส่งผลต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างไร

what net neutrality even is

ความเป็นกลางทางเน็ต (Net Neutrality) คืออะไร?

ความเป็นกลางทางเน็ตคือหลักการว่าข้อมูลต่างๆบนโลกออนไลน์ควรได้รับการจัดการอย่างเท่าเทียมกัน

แนวคิดของหลักการนี้ก็คือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือ ISP  ไม่ควรแบ่งแยกผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยการเก็บค่าบริการที่แตกต่างกันหรือทำการลดความเร็วของผู้ใช้งานโดยดูจากเว็บไซต์ที่ใช้งาน ตำแหน่งที่พวกเขาพักอาศัยอยู่ หรือ ประเภทของเนื้อหาที่ใช้งาน ฯลฯ

หากมีกฎเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ต รัฐบาลสามารถกำกับดูแลผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต พวกผู้ให้บริการเหล่านี้จึงไม่สามารถยกข้อมูลบางส่วนไปไว้ใน “เลนด่วน” และบล็อคเว็บไซต์อย่าง Netflix หรือบริการสรีมมิ่งอื่นๆ

ประเทศไหนมีกฎเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ตบ้าง?

แต่ละประเทศมีมุมมองเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ตต่างกัน โดยบางประเทศอย่างสิงคโปร์และอินโดนีเซียได้มีการจัดการตามแนวคิดนี้ โดยมีการแบนบริการต่างประเทศเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริการในภูมิภาพ

ประเทศอื่นๆ เช่น เนเธอร์แลนด์และสหรัฐฯอเมริกาได้มีการผ่านกฎหมายที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตปฏิบัติต่อผู้ใช้งานอย่างไม่เท่าเทียมกัน

FCC Net Neutrality regulations

สหรัฐฯได้มีการผ่านกฎหมายบังคับใช้ด้านความเป็นกลางทางเน็ตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 แต่มีการลงคะแนนเสียงโดย FCC ในปีพ.ศ.2560 ให้ยกเลิกกฎหมายนี้ แต่ก็ยังมีโอกาสที่สภาคองเกรสจะผ่านกฎหมายที่ช่วยปกป้องความเป็นกลางทางเน็ต

เกิดอะไรขึ้นกับกฎด้านความเป็นกลางทางเน็ต

กฎหมายเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ตที่ออกมาในปีพ.ศ.2558 มีการใช้งานไม่นานเพียงแค่ไม่กี่ปี ในขณะที่หลายๆคนเห็นด้วยกับแนวคิดพื้นฐานของความเป็นกลางทางเน็ตการวางแผนจะใช้หลักการที่ทุกคนดูน่าจะเห็นด้วยนั้นกลับทำให้เกิดการถกเถียงกัน

Net Neutrality Rulesในปีพ.ศ.2558 FCC ซึ่งนำโดยพรรคเดโมแครตได้จัดประเภทของ ISP ใหม่ทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์น็ตต้องทำตามกฎข้อบังคับแบบเดียวกับผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างพื้นฐานทางกฎหมายของกฎเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ต อย่างไรก็ตามมีการคัดค้านอย่างรุนแรงจากพรรครีพับลิกัน

ในปีพ.ศ. 2560 FCC ที่นำโดยรีพับลิกันได้ลงคะแนนเสียงเพื่อยกเลิกกฎนี้โดยมีคะแนน 3 ต่อ 2 เสียง

ประธานของ FCC กล่าวว่ากฎนี้เป็น “ความผิดพลาด” และ “เป็นการกระทำที่ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อ” และอ้างว่ากฎเหล่านี้ลดความน่าดึงดูดในการลงทุนและขัดขวางการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนเป็นวันสิ้นสุดการใช้งานกฎหมายด้านความเป็นกลางทางเน็ต และตอนนี้ The Federal Trade Commission มีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

FTC สามารถจัดการกับบริษัทที่ไม่โปร่งใสหรือไม่ทำตามสัญญาการใช้งานที่ได้มีการลงนามไว้หรือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ข้อสนับสนุนความเป็นกลางทางเน็ต

1 ปกป้องสิทธิและอิสรภาพบนโลกอินเทอร์เน็ต

ความเป็นกลางทางเน็ตสนับสนุนการมีอิสระทางคำพูดและป้องกันไม่ให้ ISP มีอำนาจด้านสื่อมากเกินไปจนสามารถแทรกแซงเนื้อหาที่เป็นอิสระได้ และการยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ตก็อาจจะทำให้  ISP สามารถควบคุมข้อมูลและจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาต่างๆได้

หากเราให้บริษัทสามารถมีบริการที่มีความเร็วสองระดับก็จะไม่มี Usain Bolt กับ Usain Bolt บนมอเตอร์ไซต์ มันมีแต่ Usain Bolt และ Usain ที่ถูกผูกไว้กับเสาเท่านั้นแหละ

– John Oliver

การเข้าเว็บไซต์ต่างๆควรขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของผู้ให้บริการ

– Cindy Cohn

2 ช่วยสร้างการแข่งขันและนวัตกรรมใหม่ๆ

การที่ ISP ไม่สามารถควบคุมข้อมูลหรือเก็บค่าบริการสูงขึ้นเพื่อใช้บริการเสริมทำให้อินเทอร์เน็ตเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการและแนวคิดใหม่ๆมากขึ้น

3 ป้องกันบริการปลอม

ในปีพศ. 2557 Netflix ได้มีการประกาศใช้ Comcast และ  Verizon extra เพื่อหลบเลี่ยงการลดจำนวนแบนด์วิธ แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือแทนที่ ISP จะลงทุนไปกับการวิจัยและพัฒนา ทางบริษัทอาจจะให้ประโยชน์จากคุณภาพการบริการและเก็บค่าบริการที่สูงขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกลดแบนด์วิธ

4 สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก

ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตชอบใช้งานเว็บไซต์ที่มีความเร็วสูงและความล่าช้าเพียงวินาทีเดียวก็ทำให้พวกเขาเลิกสนใจเว็บไซต์นั้นได้ และนี่คือสิ่งที่การลดแบนด์วิธโดย ISP ทำให้เกิดปัญหาได้ ตัวอย่างเช่น หากเว็บไซต์ของธุรกิจขนาดเล็กไม่ได้มีความเร็วสูงเท่าเว็บไซต์ของบริษัทใหญ่ๆพวกเขาก็จะมีปัญหา

ข้อถกเถียงที่ไม่สนับสนุนความเป็นกลางทางเน็ต

1 ทำให้จำนวนเงินลงทุนลดลง

ISP ไม่สนับสนุนความเป็นกลางทางเน็ตเนื่องจากพวกเขาเห็นว่าความเป็นกลางทางเน็ตนี้ทำให้ทางบริษัทหาเงินได้น้อยลงและทำให้นักลงทุนไม่ต้องการลงทุนกับบริษัท ดังนั้นในระยะยาวความเป็นกลางทางเน็ตจะทำให้เกิดผลเสียต่อเครือข่าย

2 กฎหมายที่ไม่จำเป็น

ผู้ที่ไม่สนับสนุนความเป็นกลางทางเน็ตบางคนบอกว่า กฎหมายนี้เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเพราะ “อินเทอร์เน็ตอยู่มาได้ 15 ปีโดยไม่มีปัญหาใดๆ” และพวกเขาบอกว่า กฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลจะทำให้ไม่เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ

ผมกังวลว่าการบังคับใช้กฎหมายทางเศรษฐศาสตร์ที่ไม่มีประโยชน์นี้กับผู้ให้บรริการอินเทอร์เน็ตทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จะทำให้พวกเขาหมดกำลังใจในการพัฒนาการบริการไปยังส่วนต่างๆของประเทศในพื้นที่ที่มีผู้ที่มีรายได้น้อยอาศัยอยู่หรือในพื้นที่ชนบท

– Ajit Pai

3 ทำให้ไม่สามารถขึ้นราคาค่าบริการได้

Ajit Pai กล่าวว่า ISP คิดว่า “นี่เป็นการแทรกแซงด้านกฎหมายต่อบริษัทซึ่งจะบังคับให้ทางบริษัทต้องขึ้นราคาค่าบริการหรือหยุดการขยายหรือทั้ง 2 อย่าง”  นอกจากนี้ยัง “ส่งผลกระทบทางลบต่อทรัพยากรที่จำกัด” อีกด้วย

VPN ช่วยได้อย่างไร

Virtual Private Network (VPN)โดยรวมแล้วเราสนับสนุนแนวคิดด้านความเป็นกลางทางเน็ตและในขณะที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมีปัญหาด้านการลงทุน การแก้ปัญหานั้นก็ไม่ควรจะส่งผลทางลบต่อผู้ใช้งาน

เคยมีเหตุการณ์ในอดีตที่แสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่าง Verizon และ Comcast อาจจะไม่ได้มีจริยธรรมดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีกฎหมายข้อบังคับในอุตสาหกรรมนี้

น่าเสียดายที่ FCC ได้ลงคะแนนเสียงยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นกลางทางเน็ต แต่มีหลายรัฐที่ได้ทำการออกกฎหมายของตัวเองและก็มีบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายบริษัทที่มีการฟ้องร้อง FCC ให้ใช้งานกฎนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม VPN สามารถปกป้องคุณจากปัญหาต่างๆที่อาจเกิดจากการยกเลิกกฎหมายนี้ได้ เมื่อคุณใช้ บริการ VPN คุณสามารถเปลี่ยนตำแหน่ง IP address ของคุณหากคุณเจอการเซ็นเซอร์หรือการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมบนโลกออนไลน์

ISP ไม่สามารถติดตามดูสิ่งที่คุณทำบนโลกกออนไลน์เมื่อคุณเชื่อมต่อกับ VPN  เพราะข้อมูลของคุณจะถูกเข้ารหัส เว็บไซต์ต่างๆไม่สามารถจำกัดการเข้าถึงของคุณได้และคุณก็สามารถดูเว็บไซต์ต่างๆได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ

อันดับ
ผู้ให้บริการ
คะแนนของเรา
ราคา
ตัวเลือกยอดนิยม
1.
ตัวเลือกยอดนิยม
NordVPN
$3.49 / เดือน
บันทึก  71%
ตัวเลือกยอดนิยม
2.
ตัวเลือกยอดนิยม
ExpressVPN
$6.67 / เดือน
บันทึก  48%
ตัวเลือกยอดนิยม
3.
ตัวเลือกยอดนิยม
CyberGhost VPN
$2.75 / เดือน
บันทึก  77%
ตัวเลือกยอดนิยม
4.
ตัวเลือกยอดนิยม
Surfshark
$1.99 / เดือน
บันทึก  83%
ตัวเลือกยอดนิยม
5.
ตัวเลือกยอดนิยม
PrivateVPN
$1.89 / เดือน
บันทึก  73%
บริททานี ฮอล
ถูกเขียนขึ้นโดย บริททานี ฮอล
บริททานีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเว็บที่มีประสบการณ์และมีความสนใจในเทคโนโลยีทุกอย่าง เธอเชื่อในความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนโลกออนไลน์